Wednesday, April 5, 2017

【WEEK11】INPUT ◀︎▶︎ OUTPUT (บ่นๆ)


เมื่อวานนี้มีโอกาสได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับ
ความสำคัญของ Input และ Output ในชั้นเรียนค่ะ

เรื่องนี้ผู้เขียนอัดอั้นตันใจมาตั้งแต่ไปเรียนที่ญี่ปุ่น1ปี〜กลับมาไทยแล้ว
อยากพูดมาก แต่ไม่ใช่คนพูดรู้เรื่องเท่าไหร่ สงสารคนฟัง
เปลี่ยนมาเขียนแทนอาจจะรู้เรื่องกว่า(มั้ง)55
จะเป็นแนวๆ เล่าประสบการณ์ชีวิตการเรียนนะคะ

ช่วงเรียนอยู่ที่ญป.เพื่อนที่อยู่ไทยชอบคิดว่า
"เรียนที่ญปสบาย กินดีอยู่ดี ชิว ไปเที่ยวอัพรูปลงSNS เส้นทางโรยด้วยกลีบกุหลาบ"
จริงๆ ที่ลงSNSคือ ส่วนที่แฮปปี้เท่านั้นแหละค่ะ
ส่วนSufferของชีวิตน่ะ คนเขาไม่ค่อยลงกันหรอกจริงไหม55

credit goes to มุนินฺ https://www.facebook.com/cartoonmunin/photos/
a.370565899444.154831.370287299444/10155263503589445/?type=3&theater
เข้าเรื่องเลยแล้วกัน...
ความSufferของผู้เขียนเกิดจากความไม่เคยชินกับการต้อง Output เยอะๆค่ะ

ตอนเรียนอยู่ที่ไทย เราเคยชินกับการเป็นผู้รับอยู่ฝ่ายเดียว
Input ข้อมูลเข้าไปเยอะๆๆๆๆๆ
เหมือนเวลาลง Application อันไหนน่าสนใจ ดูมีประโยชน์ก็ Install ลงเครื่องหมด
มันก็มีประโยชน์เวลาเราต้องการใช้งานนะ
แต่พอ Install ไปเยอะๆ แล้วไม่ค่อยได้เอามาใช้งาน
มันก็จะเกิดเหตุการณ์อย่าง
"อ้าว App นี้ใช้ยังไงนะ" "เอาไว้ใช้ทำอะไรนะ"
สุดท้ายก็ใช้ไม่เป็น หรือ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองรู้วิธีใช้รึเปล่า55

มหาลัยเป็นที่ๆ เรารับอาหารสมองมาก
เราได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ผ่านการป้อนข้อมูลใหม่เข้าไปทุกวันๆ

แต่ผู้เขียนรู้สึกว่า
น่าเสียดายที่โอกาสที่เราจะได้ Output ข้อมูลที่เราอุตส่าห์ Input เข้าไปเยอะแยะเนี่ย
มันค่อนข้างน้อยไปสักนิด
เมื่อเทียบกับที่มหาลัยที่ญปแล้ว
เรายังให้ความสำคัญกับ Output ค่อนข้างน้อยค่ะ

ยกตัวอย่าง
ชั้นเรียน Japanese Writing (ที่ไทย)
เราไม่ค่อยมีโอกาสได้ใช้ภาษาญี่ปุ่นเขียนอะไรยาวเป็นหน้าๆ หรือเขียนเปเปอร์/รายงาน
ส่วนมากจะเป็นลักษณะให้แต่งประโยคด้วยคำหรือสำนวนที่กำหนดให้เสียมากกว่า
ที่สำคัญคือ เราไม่ค่อยได้รับโจทย์ปลายเปิด ซึ่งเปิดโอกาสให้เราได้สร้างสรรค์งาน
นำความรู้ศัพท์และไวยากรณ์ที่เรียนไปใช้เขียนงานอย่างอิสระ
เนื่องจากเป็นวิชา Skill น่าจะเน้นให้ผู้เรียนรู้จักวิธีการเขียนไปพร้อมๆกับการลงมือทำด้วยตนเองเยอะๆ

ชั้นเรียน Japanese Conversation (ที่ไทย)
เราไม่ค่อยได้พูดอะไรยาวๆหน้าชั้น ส่วนมากจะเป็นลักษณะเขียนสคริปต์จำไปพูดสั้นๆ 2-5 นาที
การนำเสนอหน้าชั้นโดยมีสคริปต์ก่อน ช่วยให้เรารู้จักดำเนินงานเป็นระบบแบบแผน
แต่ก็มีข้อเสียเปรียบคือ เราจะไม่ได้ฝึกรับมือสถานการณ์เฉพาะหน้า
เช่น การรับส่งข้อมูล ถาม-ตอบ มีปฏิสัมพันธ์กับคนฟัง (อาจเจอคำถามที่ไม่คาดคิด)

Impromptu Speech (การพูดสปีชสด) มีบ้างแต่น้อย
ถ้ามีหลายครั้งน่าจะช่วยสร้างความมั่นใจในการพูด
และช่วยเพิ่มความสามารถในการรับมือสถานการณ์เฉพาะหน้าให้ผู้เรียนได้มากขึ้น
Debates (การโต้วาที) และDiscussion ภาษาญป มีบ้างแต่น้อย
ช่วยให้เราได้ฝึกคิดและพูดนำเสนอความคิดเห็น ณ ตรงนั้น
น่าจะดีต่อการฝึก Output (พูด)

ที่มหาลัยไทยโอกาสที่เราจะได้ Output เยอะๆจริงๆคือ ตอนสอบ
การสอบคือ การวัดปริมาณ Output และความเข้าใจในเนื้อหาของผู้เรียน
ตลอด 1 เทอม Input อะไรเข้าไป เอาออกมาให้หมด
ใครเอาออกมาได้เยอะ
แสดงให้เห็นว่า"ฉันเข้าใจสิ่งที่เรียนไปนะ" "ฉันนำสิ่งที่เรียนไปใช้ได้นะ"​ คะแนนก็จะดีเอง
หลังจากนั้น เรื่องได้เรียนรู้จริงๆหรือไม่
พอเวลาผ่านไป ยังสามารถ Output ข้อมูลนั้นได้อีกไหมนั้นก็เป็นเรื่องของผู้เรียน

ーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーー
อ่านมาถึงตรงนี้ก็เริ่มสงสัยแล้วใช่ไหมว่า
แล้วที่มหาลัยที่ญี่ปุ่นเขาให้นร.ต่างชาติเรียนอะไร??

https://search.yahoo.co.jp/image/search?p=テスト勉強+イラスト&ei=UTF-8&rs=1
วันนี้จะมาแนะนำลักษณะการเรียนการสอนของ
คลาสเรียนภาษาญี่ปุ่นเลเวล9ของ มหาลัยD (นามสมมุติ) ที่เคยเรียนค่ะ

เลเวล9เป็นเลเวลสูงสุดของคลาสที่มหาลัยDจัดให้
(เลเวลI初級〜IX超上級)แบ่งละเอียดยิบ...
แต่บอกไว้ก่อนว่าผู้เขียนไม่ใช่เด็กเรียนดีเลิศอะไรนะคะ
ถ้าเรียนเก่งมากคงไม่ suffer กับการเรียนเหมือนที่กำลังจะเล่าหรอก55

เทอมแรกผู้เขียนสอบวัดระดับของมหาลัย (Placement Test) ได้เทียบเท่าเลเวล8
เลยได้เรียนคลาสเลเวล8 พอจบเทอมมีสอบวัดระดับอีกครั้ง
คราวนี้เขาจะพิจารณาคะแนนสอบวัดระดับร่วมกับคะแนนสอบประจำเลเวลด้วย
ปรากฎว่าคะแนนเราผ่านเกณฑ์ อ.เลยถามว่าเทอมหน้าอยากไปเรียนเลเวล9ไหม

"แต่บอกไว้ก่อนว่าเลเวล9ไม่เหมือน8แล้วนะ
เขาจะเน้น Output มากกว่า Input
มันเป็นเวลาที่เธอต้องเอาสิ่งที่สะสมอยู่ในหัวออกมาใช้ให้ดีที่สุดเข้าใจไหม"
อาจารย์ทิ้งท้ายไว้ประมาณนี้...

ตอนนั้นเรายังไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่อาจารย์พูดเท่าไหร่
Output เยอะ มากกว่า Input?
ตอนเรียนเลเวล 8 ที่ผ่านมายังไม่เรียกว่าเยอะหรอ?

จำได้ว่าตอนนั้นคิดนานนะ
เรารู้ว่าเลเวล8สำหรับเราตอนนั้นมันเหมือน Comfort Zone
เรียนได้โดยไม่ได้รู้สึกลำบากอะไรนัก
แค่นั่ง Input ทุกวันๆ Output แค่ตอนแต่งประโยคกับตอนสอบเท่านั้น(ค่อนข้างชิว)
แต่ก็อยากรู้ อยากลองว่า
เลเวล9ที่อ.บอกว่า เขาเน้น Output มากกว่า Input มันเป็นยังไง
มาถึงญปทั้งทีก็อยากลองสิ่งที่ยากขึ้น challenging โอกาสมาแล้วก็ต้องจับไว้
สุดท้ายก็ตัดสินใจไปต่อเลเวล9ค่ะ

ーーーーーーーーーーーーーーーー
คลาสเรียนภาษาญี่ปุ่นเลเวล9
(地獄の) IXレベル日本語総合 ของ D大

▶︎เนื้อหารายวิชา◀︎
ไวยากรณ์ระดับ N1 และ級外(มีบ้าง)
บทอ่าน/สำนวนภาษา/คำศัพท์ จากหนังสือ『人文科学と日本語の接点』
Discussion เกี่ยวกับหัวข้อข่าว (ในวันที่มีpresentationทุกครั้ง)

▶︎การบ้าน/งานที่ได้รับมอบหมาย◀︎
แต่งประโยคโดยใช้รูปไวยากรณ์ที่เรียน(短文作成)
เขียนเปเปอร์1หน้าA4 (ห้ามพิมพ์) เกี่ยวกับหัวข้อที่ได้รับมอบหมาย(発展学習)
ไม่กำหนดรูปไวยากรณ์/สำนวนที่ใช้เขียน  สัปดาห์เว้นสัปดาห์
ตัวอย่างหัวข้อ:
・あなたの母語では敬語がどのように使われるか、簡単にまとめなさい。
・自分の国で村上文学はどのように評価されていますか。
・交通網の発展のプラス面・マイナス面を教えてください。

・日本語の特技は何だと思いますか。

ส่งงานไปสัปดาห์แรก อ.ก็ feedback มาด้วยประโยคนี้ค่ะ //เงียบกริบ555
「(間違いだらけの文法を見て)皆さん、IXレベルですよ。反省してください。」
"พวกเธอเลเวล9กันแล้วนะ สำนึกผิดหน่อย (ไวยากรณ์ผิดเละ งานไก่เขี่ยมากค่ะ)"

▶︎ศึกษาด้วยตนเอง◀︎
「毎週テストをします。テキストを読んできてください。」
"หนังสือเล่มนี้ไปอ่านมา เราจะสอบคันจิอาทิตย์ละครั้ง อย่าลืมเช็คตารางสอบเองด้วย"
หนังสือ 漢字学習(漢検3級レベル)
มีอยู่ครั้งลืมเช็คตารางสอบ ปรากฎวันนั้นมีสอบ
ทำไมน่ะหรอ.... ไม่ได้อ่านไปเลยค่ะ อ่านเช้านั้นเลย10นาทีก่อนสอบ ดีนะไม่ตก... T-T

▶︎สอบ◀︎
漢字テスト1 ครั้ง/สัปดาห์
Mid-term & Final เนื้อหาที่เรียนมาทั้งหมด

▶︎Presentation◀︎
「45分ぐらいの、ディスカッションの司会を進行してください。」
"ครูจะเปิดเวทีให้เธอคนละ 45นาที จะดำเนินการยังไงก็ได้แล้วแต่สะดวกเลยนะ"
มีไวท์บอร์ดกับปากกาให้  ไม่ให้ใช้คอมนำเสนอเพื่อความเท่าเทียมกัน

นำเสนอเดี่ยว 2 ครั้ง/เทอม ครั้งละไม่เกิน 45 นาที
นำเสนอหัวข้อข่าวนสพ.ที่น่าสนใจ
ทำหน้าที่เป็นพิธีกรคอยรับส่ง ยิงคำถาม กับผู้ฟัง

จำได้ว่า Presentation รอบแรกเละไม่เป็นท่าเลยค่ะ (; - ;)
Feedback จากทั้งอ.และเพื่อนก็ตามเนื้อผ้า...
คำถามที่เตรียมไปไม่ดีพอ+ไม่มีประสบการณ์ตรงนี้
เวลาเหลือเยอะ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไม่ได้...
ตอนนั้นเจ็บใจ แล้วก็เฟลกับตัวเองมาก
ฟีลแบบตัวเองเป็น ダメな人間 เฮ้ออ

รอบสองเลยเตรียม presentation ล่วงหน้าเป็นเดือนเลยค่ะ
กลัวจะเจ๊งอีก แต่ก็ต้องเดินหน้าต่อไป
คิดอย่างเดียวว่า "มันต้องดีขึ้น"
รอบนี้ขอคำแนะนำ เรียนรู้เทคนิคจากอ.ที่รู้จักกันที่เขามีประสบการณ์เป็น司会者บ่อย
ลอง工夫วิธีนำเสนอดูใหม่

สุดท้ายก็ผ่านมันไปได้อย่างปลอดภัย พอดี45นาทีเป๊ะ
ยังมีจุดที่ต้องปรับปรุงแก้ไขอยู่บ้าง
ครั้งนี้แม้จะไม่ใช่発表ที่ดีที่สุดสำหรับตัวเอง
แต่ก็รู้สึกว่าได้พัฒนาขึ้นกว่าครั้งก่อนแม้จะก้าวเล็กๆก็ตามค่ะ
รอบนี้มี Feedback จากเพื่อน (評価กันเอง ไม่มีชื่อ)
คอมเม้นท์ว่า "Discussion วันนี้สนุกมากๆเลย ขอบคุณนะ"
T____T

小さな一歩だが、前に進んだ(涙)

ーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーー

ช่วงหลังจากขึ้นมาเรียนห้องเลเวล9
เรา Suffer กับชีวิตมาก
เป็นครั้งแรกที่ร้องไห้เพราะภาษาญี่ปุ่น รู้สึกเกินกำลัง เรียนสู้เพื่อนไม่ได้ กลัวไปหมด
เกิดความคิดอยากกลับไปเรียนเลเวล8
หลังจาก五月病体験 (ปรับตัวไม่ได้ไม่อยากไปร.ร.  แต่ก็ต้องไป..) อยู่เกือบเดือน5555
เราก็เริ่มสังเกตปัญหาของตัวเอง

ส่วนคันจิที่เป็นการศึกษาด้วยตนเอง (Input อย่างเดียว) แล้วไปสอบเขียน (Output) กับ
ส่วน短文作成 (Input รูปไวยากรณ์) แล้วเอามาใช้แต่งประโยค (Output) เราทำได้โอเค ไม่มีปัญหา
แต่
การบ้านเขียนอิสระ(発展学習)ซึ่งเป็นการ Output สิ่งที่อยู่ในหัวออกมา เขียนทีละยาวๆเยอะๆ
และDiscussion / 司会進行 ที่เราต้องเป็นฝ่ายพูดก่อน เริ่มก่อน นำเสนอสิ่งที่อยู่ในหัวออกมาก่อน
(เพราะว่าเคยชินกับการ Input อย่างเดียว+ความขี้อายพูดน้อยเป็นทุนเดิม
เลยนั่งนิ่งๆ ฟังคนอื่นพูดเสียเยอะ)
เรายังทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร

เราอ่อนสุดในห้อง ช่วงหลังเลยต้องพยายามให้มากขึ้น
ลองเรียนรู้การ Output (พูด) จากการสังเกตเพื่อนที่พูดเก่งๆ
จับเทคนิคแล้วลองทำตามดู ช่วงหลังๆ Feedback จากเพื่อนและครูก็ค่อยๆดีขึ้น (ใจชื้นขึ้นบ้าง....)
ส่วน Output (เขียน) ใช้วิธีอ่านงานเขียนที่ใช้ภาษาดี Input เข้าไป แล้วลองฝึกเขียนตาม
Feedback จากครูช่วงหลังมีคอมเม้นท์เรื่องไวยากรณ์ผิดน้อยลง เนื้อหาเป็นระบบระเบียบมากขึ้น

และสุดท้ายเราก็เรียนจนจบเลเวล9ออกมาได้ค่ะ เฮ~~
เกรดอาจจะไม่ได้สวยงาม A ช้วน
แต่ก็รู้สึกถึงการเติบโต 成長 น้อยๆ ของตัวเองนะ

ขอบคุณห้องเรียนเลเวล9
นรกที่โหด เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ น้ำตาและเสียงถอนหายใจ
แต่ก็เป็นที่ๆได้เรียนรู้และเติบโตไปในเวลาเดียวกัน🌿

https://sozai-good.com/archives/58912

จะทำยังไงให้ตัวเอง Output ได้ดีขึ้นกันนะ??

ความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน:
น่าจะต้อง Output เยอะๆ
หลายครั้งที่ความคิดของเรา(รวมสิ่งที่ Input เข้าไป) มันติดอยู่ในหัว เอาออกมาใช้ไม่ได้

ถ้าเราเปิดโอกาสให้ตัวเอง Output พูดเยอะๆ เขียนเยอะๆ
แรกๆมันอาจจะยาก ยิ่งกับคนที่ไม่ชินกับการ Output เยอะๆแบบผู้เขียน
แต่พอฝึกตัวเองไปสักพัก มันน่าจะค่อยๆดีขึ้นค่ะ :)

เรายังอาจพบข้อผิดพลาดบางจุดของตัวเอง
ผ่านการสังเกต Output ของตัวเอง
การสังเกตตัวเองอาจเป็นการสังเกตผ่านบุคคลที่3
หรือ การสังเกตตัวเอง 自己モニター ก็ได้

🌻 สรุป  🌻
ทั้งหมดที่พูดมา ไม่ได้หมายความว่า Input ไม่สำคัญนะคะ
 Input และ Output มีความสำคัญพอๆกันนั่นแหละ
สิ่งที่ต้องการพูดคือ ตัวผู้เขียนและผู้เรียนภาษาญปหลายๆท่านอาจจะยังขาด Output (มีไม่มากเท่าที่ควร)
ทำให้ไม่รู้ว่าสิ่งที่ตนเองเรียนรู้ไปถูกต้องไหม
และไม่สามารถสังเกตข้อผิดพลาดบางประการของตนเองได้ค่ะ

เมื่อ Output ออกมาแล้ว เราพบว่ามันยังไม่ดี
เรายังสามารถแก้ไข เพื่อ Input สิ่งที่ถูกต้องเข้าไปใหม่ได้
เราจึงควรให้ความสำคัญกับ Output มากขึ้นค่ะ :)

ーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーー
เกี่ยวกับวิชา Applied Japanese Linguistics ที่ผู้เขียนกำลังเรียน

App Jap Ling แตกต่างจากคลาสในมหาลัยที่เคยเรียนมาทั้งหมด
อ.ผู้สอนให้ความสำคัญกับการ Output มาก
แต่ก็ไม่ลืมเน้นให้ผู้เรียนมี Input ที่ดี
ในชั้นเรียนเราได้เรียนรู้/รู้จักการใช้ภาษาญี่ปุ่น
ผ่านการพิจารณาดู Output ของตนเองและของเพื่อน
เพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไข เปลี่ยนเป็น Input ที่ดี ป้อนข้อมูลกลับเข้าสมอง
วิธีนี้เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยพัฒนาความสามารถการใช้ภาษาญี่ปุ่นของเราค่ะ👍

ーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーー

「世界中にあふれているため息と
君とぼくの甘酸っぱい挫折に捧ぐ...
"あと一歩だけ、前に 進もう"」
KOKUA PROGRESS / スガシカオ

ーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーー

Saturday, April 1, 2017

ご飯のお供:京漬物ちょこっと紹介♪


วันนี้มาพร้อมความหิว
เราจะมานำเสนอ Ranking ของที่อยากกินมากเมื่อกลับจากญี่ปุ่น(เกียวโต) ค่ะ (เฮ~)

日本(京都)から帰ると食べたくなるものランキング
3位:大学生協のカフェオレ (อันดับ3 café au lait สหกรณ์มหาลัย)
2位:出町ふたばの豆餅 (อันดับ2 โมจิถั่วดำ ร้านเดะมะชิ ฟุตะบะ)
และ
1位:京つけもの (อันดับ1 ผักดองเมืองเกียวโต)

ภาพประกอบจาก http://mdr.blog.so-net.ne.jp/_pages/user/iphone/article?name=2012-10-29
เนื่องจากเมืองเกียวโตตั้งอยู่ในหุบเขาไกลทะเล มีสภาพอากาศและน้ำที่ดีเอื้อต่อการปลูกพืชผัก
ชาวเมืองเกียวโตจึงเชี่ยวชาญเรื่องการถนอมอาหารอย่างมาก
วัฒนธรรมการดองผักก็เป็นสิ่งที่อยู่คู่เมืองมาตั้งแต่โบราณ

 "ผักดอง" ที่ผลิตจากผักที่ปลูกในจ.เกียวโต หรือ 京漬物(きょうつけもの)
เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้บนโต๊ะกินข้าวของชาวเกียวโตค่ะ

มีคำกล่าวว่า「漬物がまずければどんなに美味しいご馳走も台無しになる」
(ไม่ว่าอาหารบนโต๊ะจะอร่อยเพียงใด ถ้าผักดองไม่อร่อยแล้ว ทุกอย่างก็สูญเปล่า)

ปัจจุบันเมื่อเราเดินไปตามย่านร้านค้าในตัวเมืองเกียวโตจะเห็นร้านขายผักดองอยู่ข้างทาง
ซึ่งสีสันของผักดองก็สวยเด่นสะดุดตา จนต้องหยิบกล้องถ่ายรูปขึ้นมาเก็บภาพเลยล่ะค่ะ
(แต่ภาพนี้ไม่ได้ถ่ายเองนะ...)

京都「錦市場」漬物屋_://kura1.photozou.jp/pub/438/2448438/photo/156356334_624.jpg
ก่อนไปแลกเปลี่ยนที่เกียวโต ผู้เขียนเกลียดผักดองมากๆ กินไม่ได้เลยล่ะค่ะ
มันทั้งเปรี้ยว กลิ่นตุ๊ยตุ่ยบอกไม่ถูก เจอในแฮมเบอร์เกอร์เมื่อไหร่จะรีบเขี่ยออก(นิสัยเสีย...)
แต่พอไปอยู่เกียวโต อย่างที่เคยเล่าไปแล้วใน
日本の教会編①:教会でよく見かける日本語

ช่วงที่ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น ผู้เขียนไปโบสถ์เกือบทุกวันอาทิตย์ค่ะ
อาหารกลางวันวันอาทิตย์ก็กินที่โบสถ์เลย :D
และสิ่งที่ไม่เคยขาดเลยบนโต๊ะอาหารวันอาทิตย์นั่นก็คือ .....
ผักดอง ค่ะ55

การกินอาหารเหลือเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง ไม่ว่าเราอยู่ที่ไหน
แรกๆก็เลยต้องฝืนใจกินเข้าไปให้หมด
แต่ใครจะไปรู้ว่า...ผักดองที่นี่ มันกลับอร่อยอย่างผิดคาด T_____T

หลังจากวันนั้น เข้าซุปเปอร์เมื่อไหร่มือเป็นต้องหยิบผักดองใส่ลงตะกร้าอัตโนมัติค่ะ5555
เพื่อนๆต่างชาติที่อยู่เกียวโตก็ดูเหมือนจะติดผักดองกันไปตามๆกัน
ตอนเย็นๆนั่งกินข้าวด้วยกันหน้าทีวี ผักดองก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้บนโต๊ะอาหารค่ะ
มีอยู่ครั้งหนึ่ง ข้าวสุกช้า เลยนั่งคีบผักดองกินกันรอข้าวสุกไปเรื่อยๆ
พอข้าวสุกผักดองก็เกือบหมดถุงแล้ว55555

ด้านล่างนี้เป็นภาพผักดองชนิดต่างๆที่พบมากในเมืองเกียวโต
ประทับใจเลยวาดเก็บไว้นานแล้วค่ะ :))


คนเกียวโตมักทำผักดองกินเอง แทนที่จะไปซื้อจากซุปเปอร์
คุณป้าคุณยายที่โบสถ์ที่ผู้เขียนแวะเวียนไป แกก็ดองผักกินกันเองค่ะ 

เวลาดองแตงกวา คุณป้าจะหั่นครึ่งแตงกวาก่อน
เอามีดเฉือนเปลือกออกเล็กน้อยให้น้ำที่ใช้ดองซึมเข้าได้ง่าย
เสร็จแล้วก็เอาแตงกวาที่เตรียมไว้ใส่ลงโหล ปิดฝาเก็บไว้ในตู้เย็น
เขาดองใส่โหลโตๆกัน แบบในภาพด้านล่างนี้เลยนะ
 พอถึงเวลาก็ได้แตงกวาดองแสนอร่อยมารับประทานกันแล้ว~~

Oさん手作りのはんなり漬きゅうり
ในภาพด้านบนเป็นการดองแบบ はんなり漬(はんなりづけ)
คำว่า「はんなり」เป็นคำที่ใช้ในภาษาถิ่นเกียวโต(京ことば)
ว่ากันว่ามีรากศัพท์มาจากคำว่า「花なり」หรือ「花あり」
「はんなり」แปลว่า「上品で明るくはなやかなさま」(+)
(ลักษณะหรูหรางดงาม สดใส ดูมีระดับ)←แปลยากจัง...

ผู้เขียนยังไม่เคยได้ยินใครใช้เลยไม่แน่ใจว่าคำนี้ใช้ใน Context แบบไหน
และในปัจจุบันยังใช้อยู่ไหมนะคะ :)

เท่าที่ลองค้นดู เจอตัวอย่างการใช้คำว่า「はんなり」
เช่น ใช้กับรสชาติ「はんなりとした味」=「上品な味わい」
ใช้กับกลิ่นหอม「はんなり柚子の香り」

ーーーーーーーーーーーーーーーーーーーー
京都の三大漬物 
ผักดองที่ดองด้วยวิธีดั้งเดิม
แบบเกียวโต

①しば漬・紫葉漬(しばつけ)
しば漬け_http://samurai-japan.co/404
คำว่า ชิบะ (しば)เขียนด้วยตัวคันจิ「紫」สีม่วงงง〜
วิธีการดองผักแบบ「しば漬」เป็นหนึ่งในวิธีดองผักแบบดั้งเดิมของชาวเกียวโต

ผลิตโดยการนำ夏野菜(なつやさい)หรือพืชผักที่เก็บเกี่ยวได้ช่วงฤดูร้อน
เช่น มะเขือม่วงคะโมะ(賀茂なす)แตงกวา(きゅうり)ขิง(しょうが)ฯลฯ
มาดองกับเกลือ และใบชิโสะแดงสับละเอียด(赤紫蘇)

มักพบในข้าวกล่องร้านสะดวกซื้อ(コンビニ弁当)และข้าวกล่องที่ขายตามสถานี(駅弁)

รสชาติ:ออกเค็มปะแล่ม กินกับข้าวสวยแล้วรสชาติกำลังดีเลยค่ะ
★มีวางจำหน่ายตามซุปเปอร์ทั่วไปในประเทศญี่ปุ่น
◯มีวางจำหน่ายในประเทศไทย

②千枚漬け(せんまいづけ)
かぶの千枚漬け_https://cookpad.com/recipe/2370227
千枚=1,000 แผ่น
แค่ชื่อก็เห็นภาพความบางเฉียบของผักแล้วค่ะ :D

วิธีดั้งเดิมใช้หัวผักกาด(かぶら)ฝานเป็นแผ่นบางเฉียบ
ดองกับสาหร่ายคมบุและเกลือเท่านั้น
แต่ในปัจจุบัน นิยมดองโดยใส่น้ำตาลและน้ำส้มสายชู ดองจนเกิดกรดแล็กทิก(乳酸発酵)

รสชาติ:หัวผักกาดกับสาหร่ายคมบุให้รสชาติหวานอ่อนๆ
มีรสเปรี้ยวของน้ำส้มสายชูติดปลายลิ้นเล็กน้อย
★มีวางจำหน่ายตามซุปเปอร์ในประเทศญี่ปุ่น(เฉพาะบางภูมิภาค)
Xไม่มีวางจำหน่ายในประเทศไทย

③すぐき漬け
刻みすぐき_htttp://chikuzen.com/TO000X008.html
วิธีดั้งเดิมใช้เพียงแค่ผักสุงุคินะ(すぐき菜)นำมาดองเกลือ
 ดองจนเกิดกรดแล็กทิก(乳酸発酵)
วิธีดองแบบดั้งเดิมนี้สืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน
บ้างก็ใช้ผักทะคะนะ(高菜)นำมาดองด้วยวิธีเดียวกัน
มักพบในข้าวกล่องร้านสะดวกซื้อ(コンビニ弁当)และข้าวกล่องที่ขายตามสถานี(駅弁)

รสชาติ:รสชาติออกเค็มอ่อนๆ ไม่หวาน
แบบสับ(刻みすぐき)เอามาคลุกกินกับข้าวสวยร้อนๆ กินอร่อยเหาะ〜
★มีวางจำหน่ายตามซุปเปอร์ทั่วไปในประเทศญี่ปุ่น
◯มีวางจำหน่ายในประเทศไทย
ーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーー

その他の漬け方

糠漬け(ぬかづけ)
糠漬け_http://www.rakuten.co.jp/ajfarm/366403/

糠漬け(ぬかづけ)คือ วิธีการดองผักวิธีหนึ่งที่เป็นที่นิยมมาก
ดองโดยการฝังผักที่ต้องการดองลงใน 糠床(ぬかどこ)หรือ รำข้าว
ทิ้งผักไว้จนกระทั่งเกิดกรดแล็กทิก(乳酸発酵)แล้วจึงนำมารับประทานสดหรือใช้ประกอบอาหาร

ーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーー
その他の人気のお漬物
ผักดองยอดนิยมอื่นๆ

ゆず大根(ゆずだいこん)
ゆず大根_http://seiyu2636.hatenadiary.jp/entry/2014/02/20/121935
หัวไชเท้าดองกับเปลือกส้มยุซึ
รสชาติ:รสชาติออกหวาน
มีกลิ่นหอมอ่อนๆของส้มยุซึ ให้ความรู้สึกสดชื่น
★มีวางจำหน่ายตามซุปเปอร์ในประเทศญี่ปุ่น(เฉพาะบางภูมิภาค)
Xไม่มีวางจำหน่ายในประเทศไทย TーT

白菜漬(はくさいづけ)
白菜漬_https://www.akaoya.jp/item_detail/itemCode,asa14A/
ผักกาดขาวดอง
รสชาติ:อันนี้ไม่เคยชิมค่ะ5555 เท่าที่ถามจากเพื่อนที่เคยกิน เขาบอกว่าอันนี้อร่อยมาก
มันจะเค็มๆเผ็ดๆ ผักกาดกรุบกรอบ5555
★มีวางจำหน่ายตามซุปเปอร์ทั่วไปในประเทศญี่ปุ่น
Xไม่มีวางจำหน่ายในประเทศไทย

福神漬け(ふくじんづけ)
福神漬け_https://matome.naver.jp/odai/2146910679500093701
福神漬け(ふくじんづけ)หรือ เทพแห่งความสุข
ผักดองสีแดงที่นิยมรับประทานเป็นผักเคียงกับแกงกะหรี่
อันนี้คนไทยน่าจะคุ้นเคยที่สุด เพราะมันมีในร้านข้าวแกงกะหรี่ยังไงล่ะ55
รสชาติ:บ้างก็ออกหวาน บ้างก็เค็ม แล้วแต่บริษัทและวัตถุดิบที่ใช้ผลิตค่ะ
★มีวางจำหน่ายตามซุปเปอร์ทั่วไปในประเทศญี่ปุ่น
◯มีวางจำหน่ายในประเทศไทย

沢庵(たくあん・たくわん)
たくあん_https://quote.d3.ru/
หัวไชเท้าดอง สีเหลืองน่ารัก
ผลิตจากการนำหัวไชเท้ามาดองกับเกลือและน้ำตาล

เขาว่ากันว่าชื่อของเจ้าไชเท้าดองสีเหลืองชนิดนี้
ชื่อเต็มๆของมันคือ沢庵漬け(たくあんづけ)
ตั้งตามชื่อคนคิดคือ ทะคุอันโซโฮ(沢庵宗彭)พระรูปหนึ่งสมัยเอโดะ
นิยมนำมารับประทานเป็นผักเครื่องเคียงหรือใส่เป็นไส้ข้าวห่อสาหร่าย(のり巻き)

รสชาติ:ออกหวาน
★มีวางจำหน่ายตามซุปเปอร์ทั่วไปในประเทศญี่ปุ่น
◯มีวางจำหน่ายในประเทศไทย

きゅうり一本漬け
きゅうり一本漬け_https://oceans-nadia.com/user/22477/recipe/127305
แตงกวาดองเค็มเสียบไม้ (แบบทั้งลูก) ราคาราว 500 เยน/ไม้

รสชาติเค็มปะแล่ม ให้ความรู้สึกสดชื่น เหมาะสำหรับกินตอนฤดูร้อน :P
★มีวางจำหน่ายตามย่านร้านค้า(商店街)และในงานเทศกาล
Xไม่มีวางจำหน่ายในประเทศไทย (มีแต่แบบหั่นเป็นชิ้น)


วันนี้เวลาน้อยไปนิด อาจจะแนะนำไม่ได้ทั้งหมด
เอาภาพมาให้ดูเพียงบางส่วนให้น้ำลายสอเล่นเท่านั้นค่ะ55
หากท่านผู้อ่านมีโอกาสได้ไปเที่ยวเกียวโต ก็อย่าลืมแวะไปชิมผักดองกันนะคะ♪
ーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーー

Saturday, March 25, 2017

【WEEK9】面白い話とはどんな話?


การซุกหน้าอยู่ในหนังสือดีๆสักเล่ม ก็เหมือนได้เปิดประตูหนีออกไปยังโลกอีกใบหนึ่ง
โลกที่เราสามารถจะลืมความทุกข์ใจ ณ ขณะนั้นไปได้แม้เพียงชั่วครู่

「面白い話とは、どんな話?」
สำหรับท่านผู้อ่าน เรื่อง(เล่า)ที่น่าสนใจเป็นอย่างไรคะ

สำหรับผู้เขียน คงจะเป็นเรื่องที่มีรายละเอียดเยอะๆ
มีอะไรที่เดาไม่ถูกโผล่มาให้ประหลาดใจเล่น
อ่านแล้วสนุกจนวางไม่ลง เหมือนกำลังดูหนังดีๆสักเรื่องละมั้งคะ :)

https://www.pinterest.com/amarantapico/kafka-en-la-orilla/

วันนี้จะยกตัวอย่างฉากที่ชอบจากหนังสือเรื่อง『海辺のカフカ(上)』
หรือ Kafka On The Shore. คาฟกา วิฬาร์ นาคาตะ ของ ฮารูกิ มุราคามิค่ะ

แอบกระซิบก่อนว่า ไม่ใช่แฟนคลับลุงนะคะ
อ่านแค่ไม่กี่เรื่อง มีทั้งที่ชอบและไม่ชอบค่ะ5555
「翌日実際に中野区のその一角にイワシとアジが空から降り注いだとき、その若い警官は真っ青になった。何の前触れもなく、おおよそ2000匹に及ぶ数の魚が、雲のあいだからどっと落ちてきたのだ。多くの魚は地面にぶつかるときに潰れてしまったが、中にはまだ生きているものもいて、商店街の路面をぴちぴちとはねまわっていた。」(村上春樹『海辺のカフカ(上)』新潮社, 2002(P291,L8-11より引用))

"วันรุ่งขึ้นที่มุมดังกล่าวของเขตนะกะโนะ มีฝนปลาอิวะฌิและปลาอะจิตกลงมาจากท้องฟ้าจริงๆ (ตามคำพยากรณ์ของคุณนาคาตะ) ตำรวจหนุ่มคนนั้นหน้าซีดเมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น ปลาราว 2,000 ตัวร่วงลงมาจากระหว่างกลีบเมฆ ปลาหลายตัวตกลงมากระทบพื้นถนน ตัวแหลกเละ ในจำนวนนั้นยังมีปลาที่มีชีวิตพวกมันดิ้นดุกดิก กระโดดไปมาบนพื้นถนนบริเวณย่านร้านค้านั้น"

*เล่มนี้พอดีไม่ได้ซื้อฉบับภาษาไทย เลยแปลเอง ไม่สละสลวยยังไงขออภัยค่ะ TT
หลายคนบอกว่างานของมุราคามิอ่านยาก ไม่รู้เรื่อง
ไร้แก่นสาร ประเด็นโดดไปมาเหมือนป๊อปคอร์น

ส่วนตัวผู้เขียนเวลาอ่านงานของมุราคามิจะเน้นดูพวกความคิดริเริ่ม(発想)
ความละเอียดอ่อนของการบรรยายภาพ/ลักษณะนิสัย(描写)ของตัวละคร
มากกว่าจะพยายามตีความเนื้อหา
คิดเชื่อมโยงเหตุการณ์ต่างๆให้ปวดสมอง (ไม่ค่อยวิชาการ55)
เลยมีเวลาดื่มด่ำกับรสชาติของงานส่วนที่เป็นสำนวนภาษาได้อย่างเต็มที่ค่ะ

ーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーー
สืบเนื่องจากสัปดาห์ที่แล้ว วันนี้เราจะมาคุยกันต่อเรื่องการพรรณนา(描写)ค่ะ
ในครั้งที่แล้วเราได้พูดถึงมุมมองของสำนวนภาษา(表現)กันไปแล้ว
ในครั้งนี้เราจะมาดูมุมมองเกี่ยวกับเนื้อหา(内容)กันบ้าง :)

เวลาเล่าเรื่อง เริ่มเล่ายังไงให้น่าสนใจกันนะ?

รูปแบบ/วิธีการเริ่มเรื่อง(出だしのパタン)อาจทำได้หลายวิธี 
・เริ่มด้วยบทสนทนาของตัวละคร (会話で始める)
・เริ่มด้วยการกระทำที่มีการเคลื่อนไหว(動きのある行為から始める)
・เริ่มเล่าจากฉากที่มีความพิศวง(不思議な場面から始める)
・เริ่มโดยการให้ Hint หรือ คำใบ้บางอย่างกับผู้อ่าน(ほのめかしをする)
・เริ่มด้วยวิธีการเขียนทั่วไป(ใช้เวลาคิดอะไรไม่ออก55)(もっとも正統的な書き出しにする)

出だしで読み手を引きつける
ตัวอย่างการเริ่มเรื่องที่ดึงดูดใจผู้อ่านให้อยากอ่านต่อ



<プロローグ>
「鉄三の担任は小谷芙美先生といったが、(中略)鉄三のその仕打ちは小谷先生のどぎもをぬいた。小谷先生は職員室にかけこんできて、もうれつに吐いた。そして泣いた。おどろいた教頭先生が、あわてて教室にかけつけてみると、鉄三は白い眼をして、一点をにらみつけていた。まわりで子どもたちがさわいでいた。鉄三の足もとを見て、教頭先生ははじめ、なにかきれいな果物でも落ちているのかと思った。それから、それをのぞきこんで思わず大声をあげた。それは、二つにひきさかれたカエルだったのだ。そのカエルはひくひく動いていた。」(灰谷健次郎『兎の眼』より引用)

<บทนำ>
"ครูประจำชั้นของเด็กชายเท็จโซ มีนามว่า โคทานิ อะเกมิ (ย่อ) การได้มาพบเด็กอย่างเท็จโซ และสิ่งที่เขากระทำอยู่ขณะนี้ ย่อมเกินกำลังขวัญของครูที่จะทนได้ เธอรีบสาวเท้ากลับไปยังห้องพักครู ด้วยความรู้สึกขยะแขยงและผะอืดผะอม สุดท้ายจึงได้สะอื้นไห้ออกมา ผู้ช่วยครูใหญ่ตกใจลุกขึ้น เร่งฝีเท้าไปยังห้องเรียน ภาพที่ปรากฎอยู่เบื้องหน้าได้แก่ เด็กชายเท็จโซซึ่งยืนนิ่งขึง โดยมีเพื่อนๆส่งเสียงเอะอะอยู่รอบๆ แต่พอมองดูให้ถนัด ก็ทำเอาผู้ช่วยครูใหญ่ผงะอย่างตกใจ เพราะความจริงนั่นคือ กบตัวหนึ่งถูกฉีกผ่ากลางเป็นสองชิ้น เครื่องในของมันกระจัดกระจายอาบด้วยเลือดสีสด และอวัยวะบางชิ้นยังเต้นตุบ ๆ อยู่" (A Rabbit's Eyes. ดวงตากระต่าย / เค็นจิโร่ ไฮทานิ, เขียน ; ธราธร, แปล ; รสริน สำนักพิมพ์มูลนิธิเด็ก)

ーーーーーーーーーーーーーーーー
ผู้เขียนลองขีดเส้นใต้ส่วนหลัก3ส่วนที่น่าจะนำผู้อ่านไปสู่คำถามอีกมากมาย
(ดึงผู้อ่านไว้ให้หาคำตอบต่อ)ดังนี้ค่ะ 

①เท็จโซเป็นเด็กแบบไหน อายุเท่าไหร่ เด็กคนนี้ทำอะไร ทำไมครูโคทานิถึงกลัวเขา
②ทำไมเท็จโซถึงยืนนิ่ง ตอนนั้นเขาคิดอะไรอยู่
③เกิดอะไรขึ้นกับกบตัวนั้น ใครเป็นคนฆ่ามัน ใช่เท็จโซหรือเปล่า ถ้าฆ่าจริงเขาทำเพื่ออะไร และครูจะทำอย่างไรกับเด็กคนนี้ต่อไป

ーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーー
文章やストーリーの構成:起承転結
วิธีการเขียนแบบ起承転結

起承転結(きしょうてんけつ)หมายถึง โครงสร้างการเขียนเล่าเรื่องแบบหนึ่ง
ที่นิยมใช้ในงานเขียนประเภทนวนิยาย มังงะ ฯลฯ

ผู้เขียนรู้จักโครงสร้างการเขียนแบบ起承転結
สมัยเรียนวิชาการเขียนภาษาญี่ปุ่น ตอนปี1ค่ะ
เขาว่ากันว่า...
ใครสามารถอธิบายความหมายของ起承転結แต่ละขั้นได้อย่างถูกต้องเป๊ะๆนี่สุดยอดมากเลยนะ555
ตอนฟังอ.อธิบายรอบแรกนี่นิ่งเงิบกันไปตามๆกัน

วิชานี้จะมีการบ้านต้องเขียนส่งทุกสัปดาห์
สัปดาห์นี้อาจเข้าใจโครงสร้าง起承転結 เขียนงานส่ง ได้ฟี้ดแบ็ค Good! จากอาจารย์
แต่สัปดาห์ต่อมาอาจได้กากบาท พร้อมกับคำว่า "พยายามอีกนิดนะ"

起承転結 http://www.openeyes.jp/html/ura_scenario_const.html

โครงสร้าง起承転結 แบ่งออกเป็น4ส่วนตามตัวอักษรคันจิทั้ง4ได้แก่

起(き)= 物語の始まり จุดเริ่มต้นของเรื่อง
承(しょう)= 始まりの続き เหตุการณ์สืบเนื่องจากจุดเริ่มเรื่อง
転(てん)= 逆転が起こる หักมุม หรือ การมองสิ่งเดิมจากมุมมองใหม่
結(けつ)= 結果 ผลลัพธ์

起承転結の例:
テーマ:依存症(Addiction)

(起)噛んでいるガムはもうすぐ味がなくなる気がする。
ผมรู้สึกว่าหมากฝรั่งที่กำลังเคี้ยวอยู่ใกล้จะหมดรสแล้ว
(承)早くもう一枚口に入れないと。
ต้องรีบหยิบชิ้นใหม่เข้าปากซะแล้วสิ
(転)あれ?シャツのポケットにはない。
อ้าว ในกระเป๋าเสื้อไม่มีแฮะ
(結)でも、大丈夫だ。
机の引き出しの中にも、筆箱の中にも、ファイルの中にもあるから。

แต่ไม่เป็นไรหรอก ก็ในลิ้นชักโต๊ะ ในกล่องดินสอ ในแฟ้มยังมีหมากฝรั่งอยู่นี่

筆者作(1年生作文I:2012年7月4日)
อันนี้เป็นการบ้านวิชาเรียงความภาษาญี่ปุ่นของผู้เขียนเองค่ะ เป็นไม่กี่อันที่ได้ Good 55555

ーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーー

สุดท้ายนี้อยากแนะนำหนังสือเล่มหนึ่งที่น่าจะเป็นประโยชน์
เวลาต้องเขียนงานเขียนประเภทสร้างสรรค์ เช่น เรื่องสั้น นวนิยาย ฯลฯ ค่ะ

ผู้เขียนได้มีโอกาสอ่านรีวิวเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้ในเพจFacebookชื่อ 手紙社【本とコーヒー】
ซึ่งเป็นเพจแนะนำ หนังสือ อีเวนท์ และร้านค้าที่น่าสนใจในโตเกียว
แล้วสนใจเลยไปซื้อมาอ่านเล่นค่ะ (หัวเราะ)

小内 一『てにをは連想辞典』三省堂,2015
「ことばの海を泳いでみませんか?」
"มาลองว่ายน้ำในทะเลคำศัพท์กันไหม?"

http://cdn.www.tsutaya.co.jp/images/jacket/10689/9784385136417_1L.jpg
日本を代表する現代作家四百人の
22万の文章例を類語・類表現で分類した
作家的表現力を身につける「書く人」のための辞典

หนังสือเล่มนี้ได้รวบรวมสำนวนเด็ด(名表現)ของนักเขียนญี่ปุ่นร่วมสมัยไว้มากถึง 220,000 ตัวอย่าง
โดยแยกเป็นกลุ่มคำหรือสำนวนที่คล้ายกันค่ะ เช่น

ยกตัวอย่าง หมวดคำศัพท์เกี่ยวกับ "การกระซิบ" (呟く・囁き)
จะประกอบด้วยคำศัพท์ต่างๆ เช่น
呟く(つぶやく)、小声(こごえ)、囁き(ささやき)、独り言(ひとりごと)、
ひそひそ話、内緒話(ないしょばなし)、ぼそぼそ ฯลฯ
นอกจากนี้ยังมีตัวอย่างประโยคที่ใช้คำเหล่านี้ด้วยค่ะ

เวลาเราอยากได้ไอเดียในการเขียนงานประเภทエッセーหรือ เรื่องสั้น เล่มนี้จะช่วยเราได้เยอะ
ใช้เอามาเรียนในฐานะเป็นพจนานุกรมคำศัพท์ที่มักใช้ด้วยกัน(コロケーション辞典)ก็ดีเช่นกันค่ะ
ーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーー

Thursday, March 23, 2017

J-pop②:手紙 ~拝啓 十五の君へ~✉️

いつの間にか、ブログがストレス解消・発散場所に。

(いつもタイ語なのに)珍しく日本語で書くと、少し重い話になりがちです。
なので、そういうの苦手な方は、すみませんが、スルーしてください。

こんな忙しい時期にお手紙を書く暇なんかないとわかっていますけど、
今の感情を抑えきれず「これは書くしかない!」

小学生がやりそうなことですけど、
今回は10年後の自分に宛てて手紙を書いてみました〜
(10年経ったらこのブログがどうなるかわからないけど・・・)

http://blog-imgs-50.fc2.com/s/h/a/shanty3/5191720dae3e097fa59bdf84518e9917.jpg

ーーーーーーーーーーーー

2017年3月23日(木)
乱れた心を整える時間

10年後のわたしへ

今幸せですか?
自分らしく生きていますか?

「夢がかなえました?」って聞きたかったけど、
描く夢がすべて叶うわけなんかないよね、あなただってわかっているはず。
だから、夢がかなえられなかったとしても、下を向かず前向きに生きてください。

今のわたしは、笑う日もあれば、傷ついて泣いた日もある。
物事がうまくいく時もあれば、思い通りにいかない時だってある。

人生ってそういうもんだよ、ってあなたはきっと言うかな。

それをわかってても、
たまに感情を抑えきれず、
蒲団の中で一人で泣いちゃったんだよね、
大学生時代のあなたは。

自分の弱いところを人に見せたくない、
人前では簡単に涙を流さない、
我慢スキルが高い、
人に迷惑をかけると尋常じゃないほど落ち込んでしまうとよく言われる
典型的な長女さん

そんなあなたに
自分の限界を知って悩みは我慢せず誰かに伝えてほしい。
泣きたい時は思いっきり泣いてほしいな(今みたいに蒲団の中でもいいから)。
泣いたあと目が腫れぼったくなるけど、
気分がすっきりして気持ちいいよ。

最後に伝えたいことがある。
今のわたし、自分のことしか考えないことが多くて、周りを傷つけることもあるけれど、

「人間関係はグラスのコップと一緒。一度割れたものはもう元に戻らない。割れた破片を集めて元通りにしても、もう同じではない。」

どうか10年後のわたし、それだけを頭に入れて大事にしてください。

10年前のわたしより
(卒業まで残りわずか)

ーーーーーーーーーーーー

Angela Aki - 手紙 ~拝啓 十五の君へ~

作詞:アンジェラ・アキ 
作曲:アンジェラ・アキ 

拝啓 この手紙読んでいるあなたは 
どこで何をしているのだろう 

十五の僕には誰にも話せない 悩みの種があるのです 
未来の自分に宛てて書く手紙なら 
きっと素直に打ち明けられるだろう 

今 負けそうで 泣きそうで 消えてしまいそうな僕は 
誰の言葉を信じ歩けばいいの?
ひとつしかないこの胸が何度もばらばらに割れて 
苦しい中で今を生きている 今を生きている 

拝啓 ありがとう 
十五のあなたに伝えたい事があるのです 
自分とは何でどこへ向かうべきか 
問い続ければ見えてくる 

荒れた青春の海は厳しいけれど 
明日の岸辺へと 夢の舟よ進め 

今 負けないで 泣かないで 消えてしまいそうな時は 
自分の声を信じ歩けばいいの 
大人の僕も傷ついて眠れない夜はあるけど 
苦くて甘い今を生きている 

人生の全てに意味があるから 
恐れずにあなたの夢を育てて Keep on believing 

負けそうで 泣きそうで 消えてしまいそうな僕は 
誰の言葉を信じ歩けばいいの?

ああ 負けないで 泣かないで 消えてしまいそうな時は 
自分の声を信じ歩けばいいの 
いつの時代も悲しみを避けては通れないけれど 
笑顔を見せて 今を生きていこう 今を生きていこう 

(夢ってどうやったら持てるんですか?)

拝啓 この手紙読んでいるあなたが 幸せな事を願います

✉️ ✉️ ✉️ ✉️ ✉️ ✉️

Saturday, March 18, 2017

【WEEK7-8】目に浮かぶ描写🍋(👀 )


สวัสดีค่ะ หลังจากห่างหายกันไปนาน วันนี้หอบร่าง(พัง)มาอัพบล็อกแล้วค่ะ (ยังมีชีวิตอยู่นะ555)
พอดีเป็นช่วงเตรียมงานใหญ่ของมหาลัยและช่วงเคลียร์งานค่ะ
มีอะไรที่อยากทำและต้องทำเยอะจริงๆ
ตอนนี้ก็เรียงลำดับความสำคัญของงานต่างๆ พยายามแบ่งเวลาทำงาน
แต่ก็ยังรู้สึกว่าตัวเองยังทำหลายอย่างได้ไม่ดีพอค่ะ ; - ;

ภาพประกอบจาก https://jp.pinterest.com/pin/44824958769433055/
วันนี้เราจะมาธีมใหม่คือเรื่อง 描写 หรือ การพรรณนา อธิบาย บรรยาย วาดให้เห็น
ใกล้เคียงกับคำว่า  (N.) Depictation  ในภาษาอังกฤษค่ะ

ส่วนตัวผู้เขียนรู้จักคำนี้(น่าจะ)ตอนเรียนมัธยมค่ะ
จำได้ว่าตอนนั้นอ.ให้เขียน 人物描写 หรือ อธิบายลักษณะหน้าตาของตัวละครจากภาพที่ให้ค่ะ
อย่างเช่น
เราดูภาพผู้ชายตัวสูง ใส่กางเกงขายาวสีส้ม ถือภาพวาดรูปแมว
หลังจากนั้นเราก็เขียนบรรยายภาพที่เราเห็น ออกมาเป็นประโยคหรือเรื่องราวที่คนอื่นอ่านแล้วสามารถจะเห็นภาพหรือสถานการณ์แบบที่เราเห็นได้ ←ตรงนี้สำคัญ

描写 อยู่ในรูปของการเขียนหรือการพูด(書く・話す)
เรามักพบ描写ในงานเขียนประเภทวรรณกรรม เช่น นวนิยาย เรื่องสั้น ฯลฯ
ส่วน描写ที่อยู่ในการพูด เราพบเจออยู่ทุกวันเมื่อต้องสื่อสารกับผู้อื่น
บางครั้งเราทำหน้าที่เป็นผู้ส่งสาร(ฝ่ายพูด) บางครั้งเราทำหน้าที่เป็นผู้รับสาร(ฝ่ายฟัง)

ーーーーーーーーーーーーーーーーーーーー
描写VS説明
สองคำนี้แตกต่างกันอย่างไร?

描写(พรรณนาให้เห็นภาพ) กับ 説明文(การอธิบาย) ต่างกันที่ "จุดมุ่งหมาย"

描写 คือ การพรรณนาให้ผู้ฟังเกิด 臨場感(りんじょうかん)
หรือ「実際にその場にいるかのような感じ。」(明鏡国語辞典 第二版より)
แปล:ความรู้สึกราวกับได้ไปยืนอยู่ตรงนั้นจริงๆ

ในขณะที่説明文=การพูด(อธิบาย)เนื้อเรื่อง/ความหมายของเรื่องราว เพื่อให้คู่สนทนา(ฝ่ายตรงข้าม)เข้าใจ ไม่ได้มุ่งเน้นให้ผู้ฟังเกิดภาพราวกับได้เห็นด้วยตาตนเองเช่น描写

ーーーーーーーーーーーーーーーーーーーー
描写の例
ตัวอย่างการพรรณนาให้เห็นภาพ



ผู้เขียนลองเลือกตัวอย่างการพรรณนาให้เห็นภาพจากผลงานของนักเขียนญี่ปุ่น2เรื่องที่คอวรรณกรรมหลายท่านลงความเห็นว่าใช้描写ได้ดีค่ะ 
*ทั้ง 2 เรื่องยังไม่มีฉบับแปลไทยค่ะ ส่วนแปลไทยอาจจะไม่สละสลวยนะคะ พอดีไม่เคยแปลนิยาย ถือเป็นการฝึกแล้วกัน5555

檸檬の描写
「いったい私はあの檸檬が好きだ。レモンエロウの絵具をチューブから搾り出して固めたようなあの単純な色も、それからあのの詰まった紡錘形の恰好かっこうも。」梶井基次郎 著『檸檬』より
*note: 紡錘形(ぼうすいけい)=รูปทรงกระสวย (eg.ผลเลมอน ปลามากุโร่(ทูน่ายักษ์))
ตัวอย่างประโยคพรรณนาภาพ"ผลเลมอน"
"ผมถูกใจเลมอนผลนั้นมาก ทั้งสีเหลืองที่สดราวกับสีที่แห้งแข็งหลังจากบีบออกมาจากหลอดสี ทั้งรูปทรงกระสวยอวบอิ่มนั่นก็ด้วย" จากหนังสือ『檸檬』(แปล: เลมอน) เขียนโดย โมะโตะจิโร คะจิอิ

ภาพประกอบจาก http://www.xn--t8judv08rzua689koxn.com/wp-content/uploads/2016/09/p22-300x199.jpg
風景の描写
「夜には甘味とすいかを食べられる店が遅くまでにぎわい、大人たちはビールを飲み、子供はかき氷やあんみつを食べて、遅くまで浮かれた。」吉本ばなな 著『海のふた』p.23 より
ตัวอย่างประโยคพรรณนาภาพ"ทิวทัศน์" 
"พอตกกลางคืน ร้านค้าที่ขายของหวานและแตงโมจะครึกครื้นจนถึงดึกดื่น พวกผู้ใหญ่นั่งดื่มเบียร์กัน ส่วนเด็กๆก็นั่งกินน้ำแข็งไสและอันมิท์สุ(หวานเย็น) ทุกคนต่างก็มีความสุข" จากหนังสือ 『海のふた』(英:There Is No Lid Sea) เขียนโดย บานาน่า โยชิโมโตะ

ภาพประกอบจาก http://cdn.amanaimages.com/cen3tzG4fTr7Gtw1PoeRer/02336003118.jpg
ーーーーーーーーーーーーーーーーーーーー
ストリーテリング Storytelling


ストーリーテリング (Storytelling) ในภาษาญี่ปุ่นหมายถึง การเล่าเรื่อง(物語・お話)

ผู้เขียนได้ทดลอง描写ผ่านการเล่าเรื่อง(ストーリーテリング)การ์ตูน4ช่อง โดยใช้วิธีอัดเสียงแล้วเอามาแกะค่ะ และการ์ตูนที่ใช้ฝึกคือเรื่อง....

「赤ちゃん」4コマ漫画
石黒圭(2009:161より転載。(石黒圭(2009)」第7講 目に浮かぶ描写」
『よくわかる文章表現の技術II—文章構成編−[新版]』pp.161-181)

<ถอดเทปเสียง:文字起こし>

今日の4コマの漫画は、漫画の、えー、主人公は赤ん坊と犬です。(うん)(▲ある日)赤ん坊は、あのー、犬が寝ているのを見ました。で、その犬の背中に乗って遊ぼうと考えています。えー、赤ちゃんは、あのー、犬の方へ、ハイハイして(笑い)行きました。えー、そのー、犬のところに近づいたら、犬と、えー、顔合わせをしました。顔だと、あのー、乗れないので、まあ、赤ちゃんは、あのー、犬のしっぽの方へハイハイしてぐるっと、あのー、犬を回りましたが、犬はそのー、うーん、向きを変えて、えー、赤ちゃんが犬の前に来たら、また犬の、あのー、顔にあいました。このままだと、乗れないので、また、あのー、ぐるっと回るかもしれない。4コマの漫画なので、そのところで終わってしまいました終わりです

*( )は相手の反応・あいづち


ーーーーーーーーーーーーーーーーーーーー
【勉強した表現を使ってみたところ:รูปประโยคที่ลองเพิ่มเข้าไป】
・「ハイハイする/して行く」(V.) คลาน
・「顔合わせをする」(V.) หันหน้าเข้าหากัน
・「〜をぐるっと回る」(V.) วนรอบ
・「向きを変える」(V.) เปลี่ยนทิศทาง (หันไปทางอื่น)

ーーーーーーーーーーーーーーーーーーーー
【直したいところ:จุดที่อยากแก้ไข】
・顔にあいました  →  顔にあってしまいました
・(▲ある日)   →  เพิ่ม「ある日」เข้าไป
・終わりです    อาจใช้  おしまいです/〜という話です など

ーーーーーーーーーーーーーーーーーーーー
【次の課題で工夫したいこと:สิ่งที่จะนำไปปรับใช้ในครั้งถัดไป】

文末表現:「〜てしまう」「〜ていく」「〜てくる」
เนื่องจากタスクในครั้งนี้ค่อนข้างใช้รูปประโยค「〜てしまう」น้อย(มี1จุด) ครั้งหน้าอยากจะลองใช้ให้มากขึ้นตามความเหมาะสมของบริบท

ส่วนรูปประโยคที่ใช้แสดงทิศทางการเคลื่อนที่(移動の行き先・方向)ได้แก่「〜ていく」「〜てくる」จะช่วยให้มุมมองในการเล่าเรื่องมีความชัดเจน ผู้ฟังจะเข้าใจเรื่องที่เราเล่าได้ง่ายขึ้น
การ์ตูน4ช่องเรื่อง「赤ちゃん」มีการเคลื่อนที่ของตัวละครหลายจุด แต่น่าเสียดายที่ผู้เขียนไม่ได้ใช้รูปประโยคนี้เลยค่ะ55 คิดว่าจะกลับไปฝึกใช้ให้มากขึ้น เรื่องที่เล่าจะได้เข้าใจง่ายขึ้นบ้าง TT

オノマトペ(擬音語・擬態語)
การเพิ่มคำเลียนเสียงธรรมชาติและคำแสดงสภาพทำให้เรื่องที่เราเล่าน่าสนใจและน่าติดตามมากยิ่งขึ้น
ตัวอย่าง:「くるりと」「ぼーっと」,「ムッとする」,「ガラガラ」など

面白みを加えること
รู้สึกว่าตนเองสามารถเล่าเรื่องให้ผู้ฟังเห็นภาพได้ในระดับหนึ่งแล้ว แต่ยังขาดความสนุกสนาน น่าติดตามของตัวเรื่อง
วิธีเพิ่มความน่าสนใจ ความสนุกสนานของเรื่องอาจทำได้โดย

 3.1)เพิ่มสำนวนแสดงการคาดคะเน
ตัวอย่าง:「その人は、カメラを首からぶらさげ、地図を片手に、どうやら道を探していたようです。」

 3.2)เพิ่มบทพูดของตัวละคร
ตัวอย่าง①:「そうだ!お尻のほうからのろう!」

ตัวอย่าง②「あっやばい!」と思った瞬間、・・・。

 3.3)เพิ่มส่วนแสดงความคิดเห็นของผู้พูด
ตัวอย่าง①:「一コマに出てくる人物は皆鼻が低いので日本人であり、この四コマの舞台は日本のあるホテルのロビーであることがわかる。」

ตัวอย่าง②:「男性は外国人と話をした経験があまりないせいか、それとも日本人特有とも言える外国人に対して引っ込んでしまう性格のせいか、自分に近づいてくる外国人にとまどってしまった。」

聴き手の存在をもっと大切にすること
อีกจุดที่อยากนำไปปรับปรุง/ปรับใช้ในครั้งต่อไปคือ การให้ความสำคัญกับผู้ฟัง
ด้วยความที่จดจ่ออยู่กับเรื่องที่ตนเองเล่า มัวแต่นึกหาคำศัพท์และรูปประโยคมาใช้ จึงไม่ได้สนใจผู้ฟังมากเท่าที่ควร ลักษณะการเล่าเรื่องจึงมีลักษณะเป็น "การเล่าอยู่ฝ่ายเดียว"(一方的)ผู้ฟังไม่ค่อยได้มีหรือไม่มีส่วนร่วมในเรื่องที่เราเล่าเลย วิธีแก้ไขปัญหาตรงนี้อาจทำได้โดย

4.1)การเพิ่มจังหวะหยุด(ポーズ;Pause)
การ Pause ระหว่างเล่าเรื่อง ช่วยดึงความสนใจของผู้ฟังให้มาอยู่ที่เรา(คนพูด) คนส่วนมากเมื่อต้องออกไปยืนพูดต่อหน้าคนจำนวนมากแล้วจะเกิดอาการประหม่า บางคนก็พูดเร็ว รัว จนคนฟังจับอะไรไม่ได้เลย นอกจากจะช่วยดึงความสนใจของผู้ฟังมาที่เราแล้ว การ Pause ยังมีประโยชน์ตรงที่เป็นการให้เวลาคนฟังได้หยุดคิดตามผู้พูดอีกด้วย ผู้เขียนคิดว่าประโยชน์ของการ Pause อาจนำมาใช้ลดปัญหาเล่าอย่างเดียวจนลืมผู้ฟังใน Storytelling ได้ค่ะ

4.2)ใช้คำช่วย「ね」เรียกความเห็นพ้องจากผู้ฟัง(聴き手への同意要求)
ตัวอย่าง:「小さな男の子より犬のほうが一枚上手であったというわけです。」

ーーーーーーーーーーーーーーーーーーーー
【勉強したこと:สิ่งที่ได้เรียนรู้จากタスクนี้】

①視座の固定 (การยึดมุมมอง)
「日本語では視座を移動させるより、固定させるほうが談話の流れとして理解しやすい。」(Raisuaisong2014:57)
ในภาษาญี่ปุ่น การยึดมุมมองหนึ่งมุมมองใดขณะเล่าเรื่องทำให้ผู้ฟังเข้าใจลำดับความเป็นไปของบทสนทนาได้ง่ายกว่าการเปลี่ยนมุมมองไปมา

②聴き手の存在の大切さ(ความสำคัญของผู้ฟัง)
แม้จะเป็นタスクเล่าเรื่อง ผู้พูดเป็นฝ่ายพูดเสียส่วนใหญ่ แต่ผู้พูดก็ไม่ควรลืมให้ความสำคัญแก่ผู้ฟัง ผู้พูดอาจใช้วิธีต่างๆที่ช่วยเพิ่มเรียกความสนใจผู้ฟังให้จดจ่อกับเรื่องที่เล่าตามที่ได้แนะนำไว้บ้างแล้วในข้อที่④

③面白みが不可欠 (ความสนุก น่าสนใจเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้)
การเล่าเรื่องไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม หากไร้ซึ่งความสนุก หรือ ความน่าสนใจแล้ว ผู้ฟังย่อมเบื่อหน่ายและเบนความสนใจไปที่อื่นได้ง่าย วิธีเพิ่มความน่าสนใจให้กับเรื่องที่เล่าสามารถทำได้หลายวิธีตามที่ได้แนะนำไปบ้างแล้วข้างต้น ทั้งนี้ผู้พูดแต่ละคนอาจมีความถนัด/กลวิธีการเล่าเรื่องแตกต่างกัน การจะเล่าเรื่องได้น่าสนใจนั้น การเลือกใช้วิธีการพูดที่เข้ากับตัวผู้พูดเป็นสิ่งสำคัญ นอกจากนี้การฝึกซ้อมก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ค่ะ สำหรับข้อนี้ผู้เขียนยังทำได้ไม่ดีเท่าที่ควรยังคงต้องฝึกอีกมาก แต่จะพยายามต่อไปค่ะ :)

ーーーーーーーーーーーーーーーーーーーー
【まとめ】
描写 หรือ การพรรณนา(วาดให้เห็น)คล้ายกับเวลาเราใช้กล้อง2ตา(双眼鏡)ส่องดูอะไรสักอย่าง แล้วพยายามเล่าให้คนข้างๆที่ไม่มีกล้องเห็นภาพแบบที่เราเห็น
สิ่งที่สำคัญที่สุดของ描写คือ ผู้ฟังจะสามารถเห็นภาพเหมือนตัวเขาเป็นคนยืนอยู่ตรงนั้น(臨場感)แล้วส่องกล้อง2ตาด้วยตัวเอง
http://www.artbank.co.jp/stockillust/image_html/iwasakimiyoko/1-A-MKI244.html
ーーーーーーーーーーーーーーーーーーーー
引用文献
・吉本ばなな(2006)『海のふた』中央公論新社.
・梶井基次郎(2011)『檸檬』角川文庫.
 RARUAISONG Tanapat2014)「日本語とタイ語の視座の置き方に関する対照研究:日本語母語話者とタイ人日本語学習者の視点表現の分析を通して」『筑波大学博士(国際日本研究)』第7211, pp.1-245

Friday, March 10, 2017

J-pop①:ひまわりの約束🌻


*今回に限り日本語のみで投稿いたします。
日本語学習者なので、日本語がおかしかったりすると思いますが、そこはどうかお許しください。m(*_ _)m

伝えたいことが母語だと上手く伝えられない、
口下手で恥ずかしがりやだと上手く言葉にできないこの気持ちを、

この曲を通じて誰よりも大切なあなたへお届けしたいです。

「下のイラストも好きな絵本作家が描いたものです。」
と言わなくても、既にご存知かもしれません。

いわさきちひろ『ちひろ夏の画集』
https://matome.naver.jp/odai/2141008700048646801/2141008741549022903
ひまわりの約束
作詞基博
作曲:秦基博

ーーーーーーーーーーー

どうして君が泣くの まだ僕も泣いていないのに 
自分より 悲しむから つらいのがどっちか わからなくなるよ 
ガラクタだったはずの今日が ふたりなら 宝物になる 

そばにいたいよ 君のために出来ることが 僕にあるかな 
いつも君に ずっと君に 笑っていてほしくて 
ひまわりのような まっすぐなその優しさを 温もりを 全部 
これからは僕も 届けていきたい ここにある幸せに 気づいたから 

遠くで ともる未来 もしも 僕らが離れても 
それぞれ歩いていく その先で また 出会えると信じて 
ちぐはぐだったはずの歩幅 ひとつのように 今 重なる 

そばにいること なにげないこの瞬間も 忘れはしないよ 
旅立ちの日 手を振る時 笑顔でいられるように 
ひまわりのような まっすぐなその優しさを 温もりを 全部 返したいけれど 
君のことだから もう充分だよって きっと言うかな 

そばにいたいよ 君のために出来ることが 僕にあるかな 
いつも君に ずっと君に 笑っていてほしくて 
ひまわりのような まっすぐなその優しさを 温もりを 全部
れからは僕も 届けていきたい 本当の幸せの意味を見つけたから


🌻 🌻 🌻 🌻 🌻 🌻 🌻

秦 基博 / みんなで歌う「ひまわりの約束」

この先どうすればいいのかわからなく、
不安で途方に暮れていました

そんなわたしを元気づけてくださったあなたに
感激で胸がいっぱいです

落ち込んだ気分や不安を吹き飛ばしてあげたいという思いで、
元気が出る話も聞かせてくださったんですね

それが相変わらずあなたの温かいお心遣いです

いつもそばにいてくださり、
落ち込んだ時いつも勇気づけ励ましてくださった
あなたに
なんてお礼を言ったら良いか、
感謝の気持ちを表現する適切な言葉が見つからず

天気はどんよりでも
今日は少しでも元気になれそうです(◍´ಲ`◍)

スティーラー

Monday, February 27, 2017

【WEEK6】紹介文:読む人の視点で考えよう!


กลับมาพบกันอีกครั้งนะคะ
เผลอแป๊ปเดียวจะหมดเดือนอีกแล้ว..พรุ่งนี้ก็สิ้นเดือนแล้ว....(*ノωノ)
อย่าชะล่าใจคิดว่ามันมี31วันเชียวนะ ←เตือนคนอื่นแต่ตัวเองดองงานไว้ทำตอนสิ้นเดือนเรียบร้อยแล้ว...
ภาพประกอบจาก http://www.irasuton.com/2013/04/blog-post_18.html
วันนี้ว่าด้วยเรื่องการเขียน HP紹介文 หรือ บทแนะนำ(สถานที่)ลงโฮมเพจ ค่ะ

พูดถึง 紹介文 คิดว่าท่านผู้อ่านคงจะเคยผ่านตากันมาเยอะแบบนับครั้งไม่ถ้วนแล้ว
เจอในโฮมเพจสถาบันบ้าง ในโบรชัวร์แนะนำสถานที่บ้าง
เวลาเจอก็ตั้งใจอ่านบ้าง อ่านผ่านๆบ้าง (อย่างหลังนี่ผู้เขียนทำบ่อยค่ะ อ่านเฉพาะตรงที่สนใจ55)

แต่เรามักจะลืมไปว่าที่ผ่านมาตัวเราอยู่ในฐานะ "ผู้อ่าน" เสียส่วนมาก
พอกลายมาเป็นคนที่ต้องเขียนเองแล้ว
ถึงได้เริ่มรู้สึกว่า เออ...มันไม่ง่ายเลยแฮะ ที่จะเขียนให้มันออกมาน่าอ่านและเข้าใจง่าย

ด้านล่างนี้เป็น 1st attempt ความพยายามครั้งแรกในการเขียน 紹介文 ของผู้เขียนเองค่ะ (เขินจัง)
ครั้งนี้เริ่มจากสถานที่ใกล้ตัวสุดตอนนี้ "มหาวิทยาลัย" ที่สังกัดค่ะ
แต่จะเขียนเกี่ยวกับทั้งมหาลัยคงจะกว้างเกินไปสักหน่อย
เลยสโคปเรื่อง พิพิธภัณฑ์ในรั้วมหาวิทยาลัย→พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา ค่ะ
ผู้เขียนมีนิสัยอย่างนึงคือเป็นคนที่ไม่ชอบทำอะไรซ้ำกับคนอื่น
พอรู้ว่าซ้ำแล้วพลังฮึด(やる気)จะลดฮวบเลยล่ะค่ะ55
ตอนที่เลือกหัวข้อเลยพยายามเลี่ยงไม่เขียนอะไรที่คนอื่นน่าจะเขียนค่ะ

นอกเรื่องเยอะแล้ว5555 มาดู紹介文อันแรกกันเลย〜

HP紹介文【1st Attempt】

เนื่องจากเป็น 紹介文 อันแรกๆที่เขียน แน่นอนว่าปัญหาก็มีมาก...

ปัญหาที่พบ
(1) ไม่แน่ใจว่าคำศัพท์/ประโยคต้องเป็นทางการแค่ไหน เล่นได้บ้างไหม?
(2) แบ่งParagraphยังไงดี มันคงไม่เหมือนเวลาแบ่งParagraphในเรียงความ
(3) เลือกหัวข้อยาก→คำศัพท์ยาก เช่น หุ่นสตาฟ(標本)สัตว์เลื้อยคลาน(爬虫類)สัตว์ที่กำลังจะสูญพันธุ์(絶滅危惧種)ฯลฯ

วิธีแก้ไขแบบฉบับผู้เขียน (1)
(1) และ (2) สังเกตการใช้ประโยค/สำนวนและการแบ่งParagraph จากHP紹介文ของพิพิธภัณฑ์ญี่ปุ่นหลายๆแห่ง (เดี๋ยวจะแปะลิ้งค์ตัวอย่างไว้ด้านล่างสุดนะคะ :] )

(3) ก่อนหน้านี้เคยแปลหนังสือภาพเกี่ยวกับกระดูก มันจะมีพวกคำศัพท์วิทย์สายชีวะ(Biology)อยู่บ้าง ครั้งนี้เลยไม่ค่อยเป็นปัญหาตอนนึกคำศัพท์มาก(คิดว่า55) แต่ปัญหาอยู่ตรงที่คำศัพท์ที่เคยเห็นทั้งหมดเป็นฮิรางานะค่ะ(หนังสือภาพเด็กไง...)  ตอนเขียนก็งัดศัพท์ออกมาจากหัวแล้วมาค้นคันจิค่ะ แล้วก็ดูแนวโน้มการใช้คำจากตามหน้าHPของพิพิธภัณฑ์ญี่ปุ่น บางคำเขานิยมใช้ฮิรางานะ บางคำนิยมเป็นคันจิไปเลยก็มีค่ะ อย่างเช่น คำว่า สัตว์เลื้อยคลาน(爬虫類)หลายที่จะนิยมเขียนว่า「は虫類」แทนจะใช้คันจิตัว「爬」ตรงเสียง「は」

**สำหรับคำว่า「爬虫類」ผู้เขียนไม่ได้เขียนตามความนิยมส่วนใหญ่ เนื่องมาจากความชอบส่วนตัวค่ะ ปกติไม่ค่อยชอบคำที่เป็นคันจิ-คานะครึ่งๆ มันให้ความรู้สึกครึ่งๆกลางๆไม่เป็นซักอย่าง เลยจงใจเขียนเป็นคันจิไปทั้งคำค่ะ -..-

Feedbackจากอาจารย์(ผู้อ่าน)
(-) คันจิเยอะเกินไป
→มาดูอีกทีมันเยอะไปจริงๆ ให้ความรู้สึกเหมือนอ่านนสพ.5555

(-) โดยรวมเนื้อหาดูแข็งๆ น่าเบื่อ ไม่มีชีวิต
→ข้อนี้น่าจะเป็นผลกระทบจากข้อด้านบนค่ะ คันจิเยอะไปอาจทำให้งานดูไม่น่าอ่าน น่าเบื่อ

(+) ส่วนโครงสร้างทำได้ดี

(+) เรื่องไวยากรณ์ไม่โดนแก้อะไรเป็นพิเศษ

---------------------------------------------------------------

ด้านล่างนี้คือHP紹介文ฉบับแก้ไขค่ะ

🌿 🌿 🌿 HP紹介文【完成版】🌿 🌿 🌿

วิธีแก้ไขแบบฉบับผู้เขียน (2)
①ลดปริมาณอักษรคันจิ และ/หรือ เพิ่มอักษรคานะ น่าจะช่วยให้อ่านสบายตาขึ้นนิดหน่อย
ตัวอย่าง
開設当時の1987年から現在まで30年の歴史 → 開設から30年の歴史 
絶滅危惧種野生動物           → 絶滅の恐れのある動物
無脊椎動物               → カメ、タコ・イカなどの無脊椎動物

②ลองปรับ/เพิ่มสำนวนให้มีความทางการน้อยลง ระวังไม่ให้แต่ละประโยคยาวเกินไป
ตัวอย่าง
・30年の歴史を持つ(場所)は〜。→(場所)には、30年の歴史があります。
・とりわけ         → 特に
・(場所)にお出かけしてみませんか?

③ตัดเนื้อหาส่วนที่ไม่จำเป็นออก
รอบแรกรู้สึกว่าเนื้อหามันเยอะไปหน่อย เลยดูมั่วๆค่ะ55 รอบสองเลยพยายามคัดเอาแต่ที่อยากเน้นมาเขียน เผื่อจะอ่านง่ายขึ้นบ้าง...

④ปรับตัวเลขเวลาให้อ่านง่ายขึ้น
*ใช้เครื่องหมาย「:」แทน「.」และเพิ่ม「AM」「PM」
ตัวอย่าง
10.00〜15.30 →  AM 10:00〜PM 15:30

---------------------------------------------------------------
สรุป
อย่างที่ได้พูดไปแล้วในตอนต้นว่า...
"เรามักจะลืมไปว่าที่ผ่านมาตัวเราอยู่ในฐานะ "ผู้อ่าน" เสียส่วนมาก
พอกลายมาเป็นคนที่ต้องเขียนเองแล้ว ถึงได้เริ่มรู้สึกว่า เออ...มันไม่ง่ายเลยแฮะ ที่จะเขียนให้มันออกมาน่าอ่านและเข้าใจง่าย"

เพราะฉะนั้นแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดในการเขียน 紹介文 ก็คือ "ผู้อ่าน" นั่นเองค่ะ
ตรงนี้น่าจะเป็นจุดที่ยากที่สุดของการเขียน紹介文ด้วย เพราะเราต้องเขียนโดยมองจากมุมมองของผู้อ่าน ท่านผู้อ่านอาจลองใช้วิธีจินตนาการว่า เวลาเราอ่าน紹介文 เราอยากอ่านงานแบบไหน งานแบบไหนที่ดึงดูดใจ งานแบบไหนที่แค่เห็นก็อยากกดข้าม ประโยคแบบไหนที่อ่านแล้วงง

ผู้เขียนคิดว่า บางทีการอ่านงานคนอื่นเยอะๆก็เป็นอะไรที่ช่วยเราได้มาก เวลาต้องมาเขียน紹介文เองค่ะ
นอกจากจะเราจะได้สัมผัสประสบการณ์ในการเป็น "ผู้อ่าน" (จำความรู้สึกนั้นเอามาเขียน)แล้ว
เรายังได้ซึมซับและเรียนรู้วิธีการใช้ภาษา/คำศัพท์/สำนวน อีกด้วยค่ะ

เกือบลืม...เวลาเขียนเสร็จแต่ละครั้งควรขอ Feedback จากคนอ่านด้วยนะคะ
สิ่งนี้จะช่วยสะท้อนภาพรวมของงานเรา เป็นประโยชน์มากต่อการพัฒนา/ปรับปรุงงานต่อไปค่ะ :)

---------------------------------------------------------------
ตัวอย่างHP紹介文ของพิพิธภัณฑ์ญี่ปุ่น
*รอบนี้เขียนเรื่องพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเว็บที่เลือกจะเป็นเว็บแนวนี้หมดเลยค่ะ

①豊橋総合動植物公園:自然史博物館
Toyohashi Zoo&Botanical Park: Museum of Natural History, Aichi JAPAN

②大阪市立自然史博物館
Osaka Museum of Natural History, Osaka JAPAN

③恐竜の博物館・東洋大学自然史博物館
Natural History Museum, Social Education Center TOKAI University

④ママリ(mamari)サイトの
群馬県立自然史博物館の紹介
Gunma Museum of Natural History, Gunma JAPAN
แนะนำโดยเว็บ mamari

*อันสุดท้ายนี้ไม่ใช่HPของพิพิธภัณฑ์โดยตรง
แต่เป็นโพสต์แนะนำพิพิธภัณฑ์ที่แอดมินเว็บไซต์แม่และเด็กเขียนค่ะ
อันนี้ก็ใช้เป็นตัวอย่างเอาไว้ดูสำนวนภาษาได้ค่ะ
ส่วนตัวผู้เขียนรู้สึกว่าภาษาที่เขาใช้จะค่อนข้าง Casual น่าอ่านกว่าHP紹介文บนหน้าเว็บนะ55
---------------------------------------------------------------